ประกันภัยรถยนต์


   ประกันภัยรถยนต์

ประกันภัยรถยนต์ประกันภัยรถยนต์ประกันภัยรถยนต์

Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

ประกันขนส่ง

   ประกันภัยอืนๆ

   บริการต่างๆ

   
ชื่อเข้าระบบ :
รหัสผ่าน :
 
สมัครสมาชิกใหม่
คปภ.
คปภ.
กรมพัฒณาธุรกิจการค้า
ตรวจสอบใบอนุญาต
ดาวน์โหลดเอกสาร ตรวจสอบสถานะการจัดส่ง การชำระเงิน ก่อนตัดสินใจทำประกัน สินค้าขายดี ทำไมต้องเลือกเรา ค้นหาอู่ประกัน
  • ตัดบัตรฟรี..ไม่เสียค่าธรรมเนียม
  • เลือกรับส่วนลดเงินสด หรือ ผ่อนฟรี 0%
  • ฟรี..บริการจัดส่งทั่วประเทศ
  • คุ้มครองทันที
ประกันขนส่ง
ประกันขนส่ง
คำแนะนำการเอาประกันภัย-ประกันภัยทางทะเลและขนส่ง
1. ทำไมต้องมีการประกันภัยทางทะเลและขนส่ง
การประกันภัยทางทะเลและขนส่ง เป็นการประกันภัยสินค้า , ตัวเรือ หรือทรัพย์สินในระหว่างการขนส่งจากผู้ขายในประเทศหนึ่งโดยทางเรือเดินสมุทร เครื่องบินพาณิชย์ หรือทางพัสดุไปรษณีย์ ไปยังผู้ซื้ออีกประเทศหนึ่ง ซึ่งในระหว่างการขนส่งอาจจะมีภยันตรายทำให้สินค้าเสียหายและสูญหาย ทำให้ผู้ซื้อ / ผู้ขาย ต้องสูญเสียรายได้จึงจำเป็นต้องหาผู้มารับประกันความเสี่ยงที่อาจจะมีขึ้น
2. ประโยชน์ของการทำประกันภัยทางทะเลและขนส่ง
เป็นการลดความเสี่ยงภัยของสินค้าหรือทรัพย์สินที่อาจเกิดขึ้นในระหว่าง การขนส่งจากผู้ซื้อ และผู้ขาย โดยไม่ต้องกังวลว่าสินค้าของเราจะตกอยู่ในอันตรายหรือไม่
เป็นการส่งเสริมธุรกิจระหว่างประเทศให้เจริญก้าวหน้าขึ้น เพราะธุรกิจนี้ต้องมีการส่งสินค้าจากประเทศหนึ่งไปยังอีกประเทศหนึ่ง ซึ่งระยะทางที่ขนส่งก็มักจะไกล ภยันตรายก็มีมาก ถ้าผู้ทำการค้าไม่มีผู้มาช่วยรับความเสี่ยงภัยในสินค้าแล้ว เขาอาจตัดสินใจไม่ทำการค้ากับบางประเทศก็ได้ ดังนั้น การที่บริษัทประกันภัยมาช่วยรับภาระความเสี่ยงดังกล่าว จึงทำให้กิจการการค้าระหว่างประเทศเจริญก้าวหน้าขึ้น
3. หลักพิจารณาก่อนตัดสินใจเลือกซื้อหรือทำประกันภัยทางทะเลและขนส่ง
ผู้ที่จะทำประกันภัยทางทะเลและขนส่ง ก่อนทำควรพิจารณา
• เงื่อนไขความคุ้มครอง เงื่อนไขแต่ละชุดให้ความคุ้มครองในขอบเขตมากน้อยแตกต่างกันไป
• ข้อยกเว้น มีการระบุข้อยกเว้นความคุ้มครอง ที่ผู้รับประกันภัย ไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน
• นอกจากบางข้อยกเว้นจะสามารถทำสัญญาตกลงกันเป็นพิเศษได้
• จำนวนเงินเอาประกันภัย
• อัตราเบี้ยประกันภัย
4. ซื้อประกันภัยทางทะเลและขนส่ง...อย่างไรให้คุ้มค่า
ในการทำสัญญาประกันภัยทางทะเลและขนส่ง ก่อนทำประกันควรพิจารณาถึงวัตถุที่ทำประกันว่ามีความเสี่ยงภัยชนิดใด เส้นทางที่ทำการขนส่งว่าระหว่างการขนส่งจะมีการเสี่ยงภัยประเภทใด ตัวเรือที่ทำการขนส่ง โดยอาจจะดูจากอายุเรือ หรือประวัติเรือ แล้วนำมาพิจารณาว่าเราควรจะเลือก เงื่อนไขความคุ้มครองแบบใดจึงจะเหมาะกับการเสี่ยงภัยของวัตถุที่เอาประกัน และนอกจากนี้ผู้ที่จะทำประกันภัยควรที่จะปฏิบัติตามระเบียบของการประกันภัย คือ จะต้องเปิดเผยความจริงที่เป็นเนื้อหาสาระที่สำคัญ ในการขอเอาประกันภัย ให้ผู้รับประกันภัยทราบ และผู้ที่จะทำประกันภัยจะต้องมีส่วนได้เสียของวัตถุที่จะทำประกัน
เมื่อตัดสินใจเลือกเงื่อนไขความคุ้มครองแล้ว แต่ข้อมูลในการทำประกันยังไม่ครบถ้วน ก็สามารถให้บริษัทประกันภัยให้ความคุ้มครองได้โดย
1. หนังสือคุ้มครองชั่วคราว (Cover Note) ทันทีที่มีการซื้อสินค้า หรือเปิด Letter of Credit บริษัทประกันภัย จะออกกรมธรรม์ให้ผู้เอาประกันภัย เมื่อมีข้อมูลในการทำประกันครบ
2. กรมธรรม์เปิด (Open Policy) เหมาะสำหรับผู้เอาประกันภัยที่มีการนำเข้า / ส่งออก จำนวนมาก เพื่อให้มั่นใจว่าทุก ๆ ครั้งที่มีการนำเข้า / ส่งออกจะได้รับความคุ้มครองในทันที
5. สิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทางทะเลและขนส่ง
ในการทำสัญญาประกันภัยทางทะเลและขนส่ง จำเป็นต้องทราบ หลักการเบื้องต้นที่สำคัญ คือ
• ส่วนได้เสียที่เอาประกันภัยได้
ผู้เอาประกันภัยจะต้องมีส่วนได้เสียในวัตถุที่เอาประกัน คือ ผู้เอาประกันภัย จะได้รับประโยชน์จากการที่วัตถุนั้น ยังคงอยู่ในสภาพดีหรือไม่เสียหาย และจะเสียผลประโยชน์ และสิทธิอันพึงมีได้เมื่อวัตถุนั้น ต้องบุบสลาย หรือเสียหายไป
• เงื่อนไขความคุ้มครอง
ก่อนทำประกันภัยทางทะเล ผู้ที่จะทำประกันควรรู้ว่าในแต่ละเงื่อนไขความคุ้มครอง ให้ความคุ้มครองอะไรบ้าง
(1) Institute Cargo Clause (A) หรือ ICC (A) คุ้มครองความเสี่ยงภัยทั้งหมดที่จะก่อให้เกิดความสูญหาย หรือเสียหายต่อวัตถุที่เอาประกันภัย แต่จะต้องเกิดขึ้นโดยเหตุบังเอิญซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด

(2) Institute Cargo Clause (B) หรือ ICC (B)
1. ความสูญเสียหรือเสียหายของวัตถุที่เอาประกันภัย โดยมีเหตุผลว่าเนื่องมาจาก
1.1 เพลิงไหม้หรือการระเบิด
1.2 เรือเกยตื้นหรือพลิกคว่ำ
1.3 ยานพาหนะบนบกพลิกคว่ำหรือตกราง
1.4 เรือหรือยานลำเลียงชนหรือสัมผัสกับวัตถุภายนอก นอกจากน้ำ
1.5 ขนถ่ายสินค้าที่ท่าเรือหลบภัย
1.6 แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด หรือฟ้าผ่า
2. ความสูญเสียหรือเสียหายของวัตถุที่เอาประกันภัย โดยมีสาเหตุมาจาก
2.1 การเสียสละในความเสียหายร่วม
2.2 การโยนทิ้งทะเลหรือน้ำซัดทะเล
2.3 น้ำในทะเล ทะเลสาบหรือแม่น้ำ เข้าไปในเรือ ระวางเรือ ยานพาหนะ ตู้คอนเทนเนอร์ รถยกหรือสถานที่เก็บสินค้า
3. ความเสียหายโดยสิ้นเชิงทั้งหีบห่อ ซึ่งตกจากเรือ หรือตกขณะขนขึ้นหรือขนลงจากเรือ

(3) Institute Cargo Clause (C) หรือ ICC (C)
คุ้มครองภัยเหมือนกับ ICC (B) ยกเว้น
1. แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด หรือฟ้าผ่า , น้ำซัดตกทะเล
2. น้ำในทะเลสาบ ทะเลสาบ หรือแม่น้ำ เข้าไปในเรือ ระวางเรือ ยานพาหนะ ตู้คอนเทนเนอร์ รถยก หรือสถานที่เก็บสินค้า
3. ความสูญเสียโดยสิ้นเชิงทั้งหีบห่อ ซึ่งตกจากเรือหรือตกขณะขึ้นหรือขนลงจากเรือ

     • ข้อกำหนดยกเว้น
ข้อกำหนดยกเว้นความคุ้มครองอันเป็นมาตรฐาน ยึดเป็นหลักการของการจำกัดความคุ้มครอง ตามข้อกำหนด 4 , 5 , 6 และ 7
ข้อกำหนดข้อ 4 ข้อกำหนดยกเว้นทั่วไป ได้แก่
ความสูญเสียหรือเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายจากการจงใจกระทำของผู้เอาประกันภัย , การรั่วไหลหรือสูญเสียน้ำหนักตามปกติ , ความสูญเสียอันมีสาเหตุจากการจัดเตรียมหรือหีบห่อไม่เหมาะสม , ความเสียหายเกิดจากตัวสินค้าเอง หรือธรรมชาติของสินค้า , ความเสียหายจากการล่าช้า , ความเสียหายจากการล้มละลายของเจ้าของเรือ , ความเสียหายจากการใช้อาวุธสงคราม ปรมาณูหรือนิวเคลียร์และ ICC (B) , (C) จะต่างกับ ICC (A) ในเรื่องข้อยกเว้น คือ การจงใจทำให้เสียหายหรือทำลายวัตถุที่เอาประกันภัย
ข้อกำหนดข้อ 5 ข้อกำหนดยกเว้นสภาพไม่พร้อมออกทะเลและความไม่เหมาะสมในการ ขนส่งสินค้า
ข้อกำหนดข้อ 6 ข้อกำหนดการยกเว้นภัยสงคราม
ข้อกำหนดข้อ 7 ข้อกำหนดการยกเว้นการนัดหยุดงาน

     • การเริ่มต้นและสิ้นสุดของสัญญาประกันภัยการขนส่งสินค้า
     การเริ่มต้นและสิ้นสุดของสัญญาจะเกี่ยวข้องกับข้อกำหนดข้อ 8 - 10 ของ ICC
1. เริ่มเมื่อสินค้าที่เอาประกันภัยเคลื่อนย้ายออกจากโกดัง หรือสถานที่เก็บสินค้าในเมืองต้นทาง ดังนั้นถ้าความเสียหายเกิดขึ้นระหว่างขนสินค้าขึ้นรถบรรทุก (Loading) ก่อนออกเดินทางจึงยังไม่คุ้มครอง เมื่อเริ่มเดินทางต่อเนื่องตลอดการขนส่งตามปกติและสิ้นสุดเมื่อ
1.1 ส่งถึงโกดังของผู้รับสินค้าหรือโกดังปลายทางอื่น หรือสถานที่เก็บสินค้า ณ ปลายทางที่ระบุในกรมธรรม์
1.2 ส่งถึงโกดังหรือสถานที่เก็บสินค้าอื่นไม่ว่าจะก่อนถึง หรือ ณ ปลายทางที่ระบุในกรมธรรม์ซึ่งผู้เอาประกันภัยเลือกใช้ เป็น
1.2.1 ที่เก็บสินค้านอกเหนือเส้นทางขนส่งตามปกติ คือ
1.2.2 ที่จัดสรรหรือแจกจ่ายสินค้า หรือ
1.2.3 เมื่อครบ 60 วัน หลังลงจากเรือเดินทะเล ณ ท่าปลายทางแล้วแต่ว่าเหตุการณ์ใดเกิดก่อน
2. ถ้าหลังจากเรือเดินทะเล ณ ท่าปลายทาง แต่ก่อนสิ้นสุดประกันภัยนี้ สินค้าถูกส่งต่อไปปลายทางอื่น นอกจากระบุในกรมธรรม์ ถือว่าสิ้นสุดตามที่กำหนดข้างต้น จะไม่ขยายความคุ้มครองการขนส่งไปที่อื่น
3. การประกันภัยนี้จะยังมีผลอยู่ ถ้ามีเหตุการณ์ที่นอกเหนือจากการควบคุมของผู้เอาประกันภัย การออกนอกเส้นทางเปลี่ยนถ่ายเรือใหม่ แต่จะต้องแจ้งให้ผู้รับประกันภัยทราบทันที และขอขยายเวลาความคุ้มครองออกไป (ในขณะที่การประกันภัยยังมีผลบังคับอยู่ โดยต้องจ่ายเบี้ยเพิ่ม ถ้าผู้รับประกันภัยเห็นชอบด้วย)
6. ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม...ที่ผู้ซื้อประกันภัยทางทะเลและขนส่งควรทราบ
     • ควรเลือกเงื่อนไขความคุ้มครองให้เหมาะสมกับประเภทสินค้า
     • ควรระบุให้กรมธรรม์มีผลคุ้มครองตลอดเส้นทางขนส่ง
     • พิจารณาดูว่าการซื้อขาย เป็นเงื่อนไขแบบใด ในกรณีส่งออกจะต้องตรวจดู เงื่อนไข Letter of Credit ที่ผู้ซื้อระบุมาว่าให้ใช้เงื่อนไขความคุ้มครองแบบใด
     • ควรทำประกันภัยกับบริษัทประกันภายในประเทศ โดยเฉพาะนำเข้า เป็นการสงวนเงินตราไว้ในประเทศ และถ้ากรณีสินค้าเสียหาย ขั้นตอนการเรียกร้องค่าสินไหม จะสะดวกรวดเร็วกว่า
     • เตรียมข้อมูลสำหรับการแจ้งประกันให้เรียบร้อย แจ้งบริษัทประกันภัยเพื่อออกกรมธรรม์
7. องค์ประกอบในการรับประกันภัย
     • ประเภทของสินค้า
     • ความมั่นคงแข็งแรงในการบรรจุหีบห่อ
     • ยานพาหนะที่ใช้ขนส่ง เช่น เรือที่ใช้บรรทุก (ถ้าเรือมีอายุมากกว่า 15 ปี ต้องคิดราคาสูงขึ้นตามอายุปี)
     • เส้นทางการขนส่งและสภาพของเมืองท่า
     • จุดหมายปลายทาง
     • สภาพภูมิอากาศ
     • ประวัติของผู้เอาประกันภัย (ประวัติความเสียหาย)
     • เงื่อนไขในการคุ้มครอง หรือภัยที่รับเสี่ยง
8. การทำประกันภัยทางทะเลและขนส่งกับทางบริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด
เอกสารสำคัญเพื่อขอติดต่อทำประกันภัยทางทะเลกับทางบริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด
     • ใบกำกับสินค้า (Invoice)
ผู้นำเข้า (Import) เงื่อนไขซื้อขายเป็น FOB, C&F
ผู้ส่งออก (Export) เงื่อนไขซื้อขายเป็น CIF
     • ใบตราส่งสินค้า (Bill of Lading) สำหรับทางเรือ (Air Way Bill) สำหรับทางอากาศ
     • ใบตราสารที่ธนาคารออกให้ (Letter of Credit) L/C (ถ้าลูกค้ามีเปิดเอกสาร)
     • รายการบรรจุหีบห่อ
     • ใบคำขอเอาประกันภัย
     ในการขอทำสัญญาประกันภัยขนส่งในประเทศ ผู้เอาประกันภัยต้องเปิดเผยข้อเท็จจริง ข้อความสำคัญในใบคำขอเอาประกันภัยการขนส่งในประเทศมีดังนี้
     1. ชื่อของผู้เอาประกันภัยและประเภทธุรกิจ
     2. รายละเอียดของทรัพย์สินที่เอาประกันภัย เช่น จำนวน การบรรจุหีบห่อ
     3. ชนิดของยานพาหนะที่ใช้ในการขนส่ง ได้แก่ ทะเบียนรถ เลขตัวถัง เลขเครื่องยนต์
     4. จำนวนเงินเอาประกันภัยต่อเที่ยว
     5. มูลค่าของทรัพย์สิน (กรณีที่ทรัพย์สินมีมูลค่ามากหรือน้อยกว่าจำนวนเงินเอาประกันภัย)
     6. ชื่อเจ้าของยานพาหนะหรือผู้ขนส่ง
     7. ระยะเวลาคุ้มครองกี่วัน เริ่มต้นวันทีเท่าไร สิ้นสุดวันที่เท่าไร
     8. จุดเริ่มต้นการคุ้มครองอยู่ ณ ที่ใด สิ้นสุดการคุ้มครอง ณ ที่ใด
     9. ประเภทของภัยที่ต้องการให้คุ้มครองมีอะไรบ้าง
     10. วันที่ขอทำสัญญาประกันภัย
     11. ช่องลงลายมือชื่อ ของผู้เอาประกันภัยเป็นหลักฐานของการทำประกันภัย
9. ข้อแนะนำในการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน
     ในกรณีที่เกิดความสูญเสีย และ/หรือความเสียหายที่อาจเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากผู้ที่รับผิดชอบเกี่ยวข้องได้ เพื่อเป็นการรักษาผลประโยชน์ในการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนของผู้เอาประกันภัย และ/หรือตัวแทนของผู้เอาประกันภัย พึงจะต้องปฏิบัติดังนี้
     1. สำรวจสภาพสินค้าในทันทีทุกครั้งก่อนรับมอบสินค้า
     2. ถ้าพบสินค้าเสียหาย/สูญหาย ให้ผู้ขนส่ง/ผู้รับฝากสินค้า ออกหลักฐานระบุความเสียหายหรือทำเป็นหมายเหตุลงในใบรับสินค้า
     3. กรณีขนส่งด้วยตู้ลำเลียง (Container) ต้องตรวจว่า ตู้ลำเลียง และ Seal มีสภาพเรียบร้อยถูกต้อง ถ้าตู้ลำเลียงหรือ Seal เสียหาย/สูญหาย หรือเป็น Seal อื่นต้องแจ้งผู้ที่เกี่ยวข้องเป็นหลักฐาน
     4. ยื่นหนังสือเรียกร้องให้ผู้ขนส่ง/ผู้ที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายทันที
     5. กรณีไม่พบความเสียหายขณะรับมอบ แต่พบในภายหลังต้องทำหนังสือแจ้งผู้ที่เกี่ยวข้องภายใน 3 วัน นับจากวันรับมอบสินค้า
     6. ในทุกกรณีเมื่อพบสินค้าเสียหาย/สูญหาย รีบแจ้งให้ผู้ประกันภัยทราบในทันที นอกจากนี้ การจัดเตรียม และส่งมอบหลักฐาน และเอกสารประกอบในการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนที่ครบถ้วนจะช่วยให้ การพิจารณาชดใช้ค่าสินไหมทดแทนสามารถดำเนินการไปด้วยความสะดวกรวดเร็ว
10. หลักฐานในการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน
     1. หนังสือเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน Claim Bill
     2. ต้นฉบับกรมธรรม์ประกันภัยทางทะเลและขนส่ง Original Marine Insurance Policy
     3. ใบกำกับสินค้าและใบแสดงการบรรจุหีบห่อ Invoice & Packing List
     4. ใบตราส่งสินค้า Bill of Lading
     5. หลักฐานแสดงความเสียหาย เช่น Survey Report, Wharf Survey Note, Shortlanded Cargo List
     6. หลักฐานหรือเอกสารประกอบอื่นๆ เช่น Charter Party, Sale Contract, Stowage Plan
     7. สำเนาหนังสือเรียกร้องค่าเสียหายถึงผู้ขนส่ง/ผู้ที่เกี่ยวข้องพร้อมหนังสือตอบจากผู้ขนส่ง/ผู้ที่เกี่ยวข้อง ในความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น
ประกันขนส่ง
 
 

ประกันภัยรถยนต์ |ประกันภัยรถยนต์ชั้น1 | ประกันชั้น3 | ประกัน2พลัส | ประกัน3พลัส | พรบ.

 เว็บเพื่อนบ้าน |text link | banner link